17/11/2017 รอบด้านตลาดหุ้น

Brief : พักเพื่อรอขึ้น
บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นโลกที่ฟื้นตัวหลังลงติดต่อกันมา 4-5 วันทำการ คาดจะเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นไทย แนวรับ 1,680 จุด แนวต้าน 1,701 จุด แนะนำเริ่มกลับมาดู (ซื้อสะสม) หุ้นที่ลงแรงรอบนี้ จาก Sell on fact หลังประกาศงบ แต่พื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลงแย่ลง โดยมีแนวโน้มกำไรที่จะดีขึ้นจากนี้ไป หลังบริษัทฯให้ข้อมูลในที่ประชุมนักวิเคราะห์ โดยวันนี้มีประชุมฯให้ข้อมูล เช่น SGF TICON WHA BCP RS ฯลฯ

ส่วนปัจจัยลบต่างๆ ที่ทยอยรับรู้หรือสะท้อนไปในราคาหุ้น ตลอด 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าจะเริ่มมีผลต่อหุ้นไทยน้อยลง เช่น กังวลการปรับ ครม., Liquidity drain กันเงินไว้จองหุ้นโรงไฟฟ้า IPO ขนาดใหญ่, ผิดหวังผลประกอบการหุ้นรายตัว, เฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนหน้า หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯขยับขึ้น, การเมืองอังกฤษ ฯลฯ

สัปดาห์หน้า หลังจาก SET ปรับฐานสลับรีบาวด์สั้นๆ มานานกว่า 2 สัปดาห์ สะท้อนแรงขายหลังงบออก และข่าวลบต่างๆ โดยเราคงมุมมองการปรับฐานของตลาดหุ้นไทย รอบนี้ไว้ที่ บริเวณ 1,680 หรือ 1,660 จุด (1,670 +/-) ให้น้ำหนัก “ไม่หลุด” และ ราคาหุ้นหลายตัวได้ลงมาแล้วตามคาด เช่นโรงกลั่น โรงไฟฟ้า มือถือ ฯลฯ ขณะที่กลุ่มแบงก์ ค้าปลีก (Domestic play) ขึ้นดีกว่าตลาดตามคาด ...ทำให้มองว่า Downside ตลาดรอบนี้ จะลงไม่ลึก

แนะนำกลยุทธ์ เลือกซื้อเล่นรอบหุ้น เป็นรายตัวเน้นที่มีข่าวบวกรออยู่ หรือ หุ้นที่ปรับฐานลงมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่พื้นฐานไม่เปลี่ยน จะ Outperform ตลาด แนะนำ ประเด็นการลงทุน หุ้นที่รอ อานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น เม็ดเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นฯ หุ้นเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก SINGER SPI ROBINS, มาตรการกระตุ้นอุตสหากรรมภาคการผลิต หุ้นเชื่อมโยง เช่นกลุ่ม WHA WHAUP TICON AMATA EASON SAT AH เป็นต้น

หุ้นแนะนำวันนี้
TICON แนวรับ 17 ต้าน 17.8 Stop loss 16.5
WHA แนวรับ 3.98 ต้าน 4.10 Stop loss 3.90
SGF แนวรับ 0.24 ต้าน 0.28 Stop loss 0.23

รายงานวันนี้
Key takeaways from analyst meeting

EPG: จากการประชุมนักวิเคราะห์ ข้อมูลจากผู้บริหาร confirm มุมมองของเราที่ว่าการดำเนินงานใน 2H17/18 (ต.ค. 2017 – มี.ค. 2018) มีแนวโน้มดีขึ้น HoH หนุนโดยการบริโภคในประเทศฟื้นตัว, สัดส่วนรายได้จากธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ (AEROKLAS) มากขึ้น, ยอดขายให้กับลูกค้ารายใหม่ๆเพิ่มขึ้น และธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกฟื้นตัว เราเชื่อว่าราคาหุ้น EPG ที่ปรับตัวช้ากว่าตลาดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนกำไร 2Q17 ที่ชะลอตัวแล้ว อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่ตลาดจะปรับลดประมาณการกำไรปี 2017 จากการปรับลดเป้าหมายรายได้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก แต่ปัจจุบันราคาหุ้นยังถูกอยู่ – เทรดที่ PER ที่ 22.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 25 เท่า ความเสี่ยงที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลงจึงมีจำกัด ดังนั้นเราคงคำแนะนำ "ถือ"

M: Kickoff the new earnings growth era!
เรามีการปรับประมาณการกำไรปี 2017-18 ขึ้น 8-9% สะท้อนผลประกอบการ 3Q17 ที่กำไรออกมาดีกว่าคาด สำหรับภาพกำไร 4Q17 คาดเติบโตต่อเนื่อง YoY และ QoQ จาก ฐานต่ำในปีที่แล้ว, เข้าสู่ช่วง Highs season และมาตรการกระตุ้นจากทางภาครัฐ และยังมองว่าจะเติบโตต่อใน 1Q18 จากผลประโยชน์ที่ได้จากการเปิดสาขาใน 2H17 เรายังเชื่อว่าการบริหารงานต้นทุนยังทำได้ดีต่อเนื่อง ช่วยหนุนให้ GM ยังคงอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง และการเปิดสาขา Yayoi เพิ่มเติมอีก 27 สาขาในปี 2018 (+16% YoY) จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 74 บาทเป็น 96 บาท และยังคงคำแนะนำ ซื้อ

Thai Market Strategy: (แนวโน้มผลประกอบการ 4Q17)
แนวโน้มผลประกอบการ 4Q17 คาด SET จะรายงานกำไรเติบโต 18% YoY นำโดยกลุ่ม รับเหมาก่อสร้าง (รับรู้รายได้งานในมือเพิ่ม) ขนส่งและท่องเที่ยว (ตัวเลขนักท่องเที่ยวเติบโต) กลุ่มสื่อฯ (TV digital มีศักยภาพในการทำกำไรเพิ่มขึ้น) กลุ่มบ้าน (การโอนเพิ่มขึ้น) กลุ่มสื่อสาร (ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลง) ปัจจุบัน SET จะเทรดบน P/E 16.9 และ 15.3 เท่า ในปี 2017-18 ถึงแม้จะไม่ถูก แต่เรามองว่าด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำ จะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดสามารถยืนต่อไปได้ เราคงเป้าหมายดัชนี 2018 1,742 จุด

หุ้นมีข่าว
(+) การประชุมพบผู้บริหารหลังงบออก คาดจะกระตุ้นการเก็งกำไรหุ้นรายตัวที่มีมุมมองเชิงบวกหลังประชุมฯ: ตารางประชุมนักวิเคราะห์ และ Opportunity day
17 พย. RS PSH BCP TICON WHA TOP SGF
20 พย. EPG UAC FN BTS
21 พย. TTA CK THAI ASIAN IRPC GGC THE AUCT CRD
22 พย. STA WHA WHAUP BCP ORI PTG CHO ECF (Opportunity day)
23 พย. ITEL ILINK MGT PCSGH
24 พย. MEGA CPN BAFS PYLON
27 พย. BCPG EA LHK AMATAV AMATA TTA RJH AOT
29 พย. BGRIM TVD CNTWICE ASN SGP CENTEL EGCO

(*) นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง แสดงความเห็นกรณีที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มีแนวคิดแจกซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ผู้มีรายได้น้อยว่า แนวคิดดังกล่าวไม่ได้เอื้อต่อภาคเอกชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่อย่างใด เพราะซิมการ์ดที่แจกนั้นดำเนินการโดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นรายได้จึงเข้ารัฐ (ที่มา แนวหน้า)

(+) ASAP ได้ร่วมมือกับ One2Car และ ธนาคารธนชาต นำรถยนต์เข้ามาขายผ่านช่องทางออนไลน์ 300-400 คัน ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นในปีหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปัจจุบันที่ 10% และ บริษัทยังมีแผนสาขาแฟรนไชส์ รถเช่าอีก 3-4 แห่ง โดยมีการตั้งเป้าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีสาขาครอบคลุม 30 แห่งทั่วประเทศ พร้อมขยายบริการ Asap Auto Park ในไตรมาส 1/61 เพิ่มขึ้นอีก 100 คัน (ที่มา อินโฟเควส)

(*) MSCI Quarterly reviews มีผล 30 พ.ย. MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้น Standard index TOP KBANK SCB PTTGC IVL และ MSCI Global Small Cap เพิ่มหุ้น BEC, GGC, ORI, VNT, WHAUP ถอดหุ้น AIRA, GPSC, NYT, SCN, STPI, THRE (ที่มา MSCI)

(+/-) Consensus คาดหุ้นเข้า SET50 รอบใหม่ได้แก่ (+) SAWAD CENTEL TPIPP หุ้นออกได้แก่ (-) KCE PSH TPIPL (ที่มา ASPEN)

(+) PTT ขายหุ้น SPRC คิดเป็นราคาเฉลี่ย 15.8 บ. / ความเห็น คาด PTT จะบันทึกกำไรใน 4Q17 ราว 1,825 ล้านบาท (คำนวณจากต้นทุนคร่าวๆ ที่ 8 บาท/หุ้น)
โดยกำไร คิดเป็น 0.65 บาท/หุ้น และคิดเป็น สัดส่วนต่อกำำไร 4Q17 ประมาณ 6-7% ซึ่งมีนัยยะเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงาน 4Q ของ PTT (และ ผถห.มีลุ้นรับปันผลเพิ่มขึ้น) ที่มา SET / BLS Research

  >>